สวัสดีครับ บันทึกนี้คิดซะว่า มันคือไดอารี่หรือบันทึกส่วนตัวของใครคนหนึ่งที่อยากจะตีแผ่และเปิดเผยความจริงเรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพร
ที่อยากจะระบายให้ฟัง
ไม่ได้หวังหรือต้องการให้บันทึกนี้เป็นตัวอย่างหรือสิ่งที่ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการอะไรแต่อย่างใด
คิดเสียว่าผมมาเล่าอะไรให้ฟังทำนองนี้ดีกว่า ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ หากบางคำที่ใช้
อาจไม่ถูกใจใครบางคน
เรื่องที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังในบันทึกนี้เป็นเรื่องของสมุนไพรตัวหนึ่งที่เคยฮิตกินกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างไม่ลืมหูลืมตา
สมุนไพรตัวนั้นคือ “ย่านาง” ครับ
ก่อนหน้านี้มีคนไข้ของผมหลายท่าน มาปรึกษาเรื่องอาการมือชาเท้าชา
ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ
ขนาดพบแพทย์แผนปัจจุบันเฉพาะทางโรคระบบประสาทแล้ว ก็ยังรักษาไม่หาย
และยังหาสาเหตุของอาการชาไม่ได้ พอถามไปเรื่อยๆ
พบว่าผู้ป่วยดื่มน้ำสมุนไพรย่านางเป็นประจำทุกวัน ถามเหตุผลว่าทำไมถึงต้องดื่ม
ก็เพราะว่าเพื่อนบ้าน คนเขาบอกต่อกันมาว่าดื่มแล้วดี
มีสรรพคุณมากมายต่างๆนานานู่นนี่นั่น อีกทั้งบริษัทขายยาสมุนไพร
ต่างก็พากันโฆษณาบอกเล่าสรรพคุณอันดีงามทั้งหลายของสมุนไพรย่านางนี้
เพื่อที่จะขายผลิตภัณฑ์ของตนเองได้
โดยที่ยังไม่ที่ไหนหรือใครได้ออกมาตักเตือนเรื่องของการรับประทานสมุนไพรย่านางที่เกินขนาดว่ามันมีความอันตรายของมันอยู่
สมุนไพรย่านาง ส่วนที่ผมเห็นหมอนำมาเป็นส่วนผสมในการปรุงยาคือ
เถาและรากครับ ช่วยลดไข้ลดความร้อนในร่างกาย
ส่วนที่นิยมใช้นำมารับประทานมากที่สุดคือ ใบ ครับ “ใบย่านาง” มีรสชาติ “จืดขม”
จำไว้นะครับ “จืดขม” มีสรรพคุณจัดอยู่ใน “ยารสเย็น”
แล้วผมจะอธิบายว่ามันอันตรายอย่างไรหากทานเข้าไปมากๆ
ทำไมย่านางถึงมีสรรพคุณถอนพิษได้
ร่างกายคนเราเมื่อได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย เช่น
จากการทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ทานอาหารสังเคราะห์มากเกินไป หรือทานอาหารที่ใส่สารวัตถุกันเสีย
สารปรุงแต่ง ผงชูรส หรือทานอาหารแสลงที่มันไม่ถูกกับร่างกายของเรา
หรือร่างกายเกิดการติดเชื้อ มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
ทุกกรณีใดๆอันใดก็ตามที่เกิดการทำให้ร่างกายต้องบอบช้ำเจ็บป่วย ฯลฯ ...
...มันจะเกิดความร้อนขึ้นภายในร่างกายครับ
เมื่อร่างกายเกิดความร้อนขึ้น
หากรับประทานสมุนไพรย่านางที่สรรพคุณเป็นยารสเย็น ในปริมาณที่เหมาะสม ถูกวิธี
และถูกกับสภาพร่างกายของแต่ละคน ความร้อนในร่างกายก็จะลดลง ร่างกายคืนสู่สมดุล
สุขภาพดี Happy ending
เมื่อร่างกายคืนสู่สมดุลแล้ว หากยังดื้อดึงกินมันต่อไป เขาบอกว่าดี
ก็กินต่อไป คนขายบอกว่ากินแล้วดี ก็ยังกินต่อไป คนนั้นกินแล้วดีนะ
คนนี้กินแล้วดีนะ ก็ยังกินต่อไป จากร่างกายที่เป็นปกติสมดุลดีอยู่แล้ว ก็จะเย็นลง
เย็นลง เย็นลง แสดงอาการชามือ ชาเท้า ชาตามร่างกาย
ปวดเมื่อยร่างกายแบบไม่เคยเป็นมาก่อน...
...เมื่อร่างกายเย็นลง ตับ ที่เป็นที่อยู่ของธาตุไฟความร้อนในร่างกาย
ก็จะทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ร่างกายที่เย็นลง กลับมาอบอุ่นเหมือนเดิม
หากยังกินเข้าไปอีก ตับก็ทำงานหนักขึ้นอีก ส่งผลกระทบต่อไต
ที่ต้องคอยกำจัดส่วนเกินที่ร่างกายได้รับออก และถ้ายังกินเข้าไปอีก ทั้งตับทั้งไตทำงานหนักเกินไปอีก
ที่จะต้องกำจัดส่วนเกินออก ทีนี้ ถ้าวันใดวันหนึ่ง ตับไตทำงานไม่ไหวแล้ว
ก็เกิดสารพิษตกค้างในตับในไต ส่งผลทำให้ตับไตพังได้
เข้าใจกลไกของมันรึยังครับ
ไม่ใช่แค่เพียงสมุนไพรย่านาง เพียงอย่างเดียว
สมุนไพรตัวอื่นก็เช่นเดียวกัน ไม่แนะนำให้ทานเป็นตัวเดี่ยวๆอย่างเดียว
ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ
อีกข้อสงสัยที่หลายคนสงสัยประการหนึ่ง
ทำไมถึงเอาใบย่านางมาประกอบอาหาร เช่นแกงที่ต้องใส่ใบย่านาง แกงหน่อไม้ใบย่านาง
ปู่ย่าตายายเขาก็เอามาประกอบอาหารกินกัน ก็ไม่เห็นเขาเป็นอะไร ไม่ตายด้วย
ทีอย่างนี้ทำมาเป็นห้ามกิน บอกว่าอันตรายอย่างนั้นอย่างนี้...
...ไม่อยากจะหยาบคายนะ โถ! อี _อก (ขอทีเหอะ) ในแกงน่ะเขาใส่ทั้ง พริก กระชาย ฟักทอง ใบแมงลัก
เห็ดฟาง หอมแดง ตะไคร้ ฯลฯ อีกมากมาย แค่พริกกับกระชายก็เป็นสมุนไพรรสร้อน
มันก็คุมฤทธิ์ยารสเย็นของย่านางได้แล้ว ในแกงไม่ได้มีแต่ต้มน้ำเปล่ากับใบย่านางนี่แหม!
ผมก็ทำงานอยู่ในแวดวงของสมุนไพร
ทำงานให้กับร้านขายยาสมุนไพรเลยนี่ล่ะครับ แต่ผมและทีมงาน
ไม่ใช่คนประเภทที่คิดแต่จะขายยาอย่างเดียวโดยที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเลย
แบบนั้นมันขาดจรรยาบรรณเกินไป
ความจริงอีกอย่าง ผมไม่เคยเห็นแพทย์ด้านสมุนไพรที่เก่งๆท่านไหน
จ่ายสมุนไพรย่านางเพียงตัวเดียวเพื่อรักษาคนไข้ครับ
ท่านจะต้องมีสมุนไพรตัวอื่นผสมเข้าไปด้วย เพื่อให้ยาหักล้างความพิษของกันและกัน
และไม่ให้สูญเสียสมดุลธาตุในร่างกายของผู้ป่วย
ความจริงของสมุนไพรครั้งต่อไปเป็นอย่างไร
ผมจะเอามาเผยแพร่ให้ได้ชมกันเรื่อยๆนะครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากใจจริง
Writer: Peerakrit




























