วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เล่าประสบการณ์การไปซื้อยาสมุนไพรจากร้านขายยา แบบไม่ work ของ Teamwork อมรพจนาถ

สวัสดีครับทุกท่าน ผม Blogger กลับมาแล้วครับ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปออกแบบ Poster ความรู้ไปหลายชิ้น ทุกท่านคงได้ตามผลงานของผมกันอยู่นะครับ

แรงบันดาลใจของการเขียนบทความนี้คือ ครั้งหนึ่งผมและทีมงานอมรพจนาถ มานั่งล้อมวงประชุมคุยกันถึงประสบการณ์การไปซื้อยาสมุนไพรจากร้านขายยาสมุนไพรตามที่ต่างๆ ทั้งดุเด็ดเผ็ดมัน บางเรื่องก็โครตจะฮา บางเรื่องก็เกือบจะโดนคนขายกระทืบกลับมา คันไม้คันมือคันปากอยากจะเอามาเล่าให้ทุกท่านฟังกันครับ ผมได้บันทึกเสียงระหว่างการสนทนาไว้ด้วยครับ ตอนแรกว่าจะเกลาให้มันดูสุภาพสักหน่อย ผู้อ่านจะได้สบายใจ แต่มาคิดๆดูแล้ว เอาคำพูดของพวกมันมาเลยดีกว่า ขี้เกียจเกลาละ หากมีบางคำหรือบางประโยคใดไม่สุภาพ เพราะคุยกันตามประสาเพื่อนๆกัน ต้องขออภัยอย่างสูงมากๆๆๆๆ ด้วยนะครับ

บทความก่อน นำเสนอแต่เรื่อง work work! ครั้งนี้ ลองมาฟังเรื่องที่มัน ไม่work กันบ้างนะครับ ชอบแบบไหน ก็บอกกันได้ครับ 



เรื่องที่ 1 : โดยคุณ Marketing สุดหล่อหน้าตาดีไป one one

"... มา! ขอกูเล่าก่อนเลย นานมาแล้วล่ะกูเคยไปซื้อยาแก้ปวดให้แม่กูเว่ย! (แถวบ้านเขา ขอไม่บอกนะครับว่าที่ไหน) กูก็ว่าจะเอายาสมุนไพรนี่ละ พอกูเข้าไปในร้าน กูก็ถามคนขายว่า "อันไหนสมุนไพรแก้ปวดครับ" คนขายตอบว่า "ยูทาโน้ขะ" (น่าจะพูดว่า อยู่ทางโน้นค่ะ ) แล้วเอามือชีไปที่ชั้นวาง แม่งเอ๊ย! เอาแรงงานต่างด้าวมาขายแบบนี้ กูจะรอดมั้ยวะวันนี้ พอกูไปที่ชั้นวาง มีสมุนไพรที่มันแก้ปวดได้อยู่ประมาณ 10 กว่าแบบ แค่เถาวัยล์เปรียง กูก็เจอไป 3 บริษัทยาที่เขาผลิตละ จะเอาอันไหนดีวะ หันไปเจอ ยาสหัสธารา แม่งก็มี 2 บริษัทที่ผลิต ยังไงดี ยืนเลือก ยืนอ่านอยู่นานมาก จนคนขายแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ คงคิดว่า แม่งไม่ซื้อซะทีวะ ขี้เกียจเลือกละ เอาวะลองถามคนขายแม่งดิ๊ (แววตาผู้ฟังฟังอย่างตั้งใจมาก) ทั้งๆที่กูก็พอจะเดาได้ว่าแม่งอาจจะไม่ช่วยอะไรก็มากเท่าไหร่ ถามเขาว่า "ผมจะซื้ออันไหนดีครับ" คำตอบที่ได้คือ "เหมือกัน อาไหนก็เหมือกาแหละ (เหมือนกัน อันไหนก็เหมือนกันแหละ) กูคิด เหี้ยแม่งเจ้าของร้านคงจะจ้างมันแค่มาเก็บตังค์ทอนตังค์เฉยๆแหละ ซื้อไปให้แม่กูกิน แม่กูตายห่าไปใครจะรับผิดชอบ สมมตินะถ้าเกิดเรื่องจริงๆเข้า มันก็โทษกูอยู่ดี ว่าเสือกซื้อไปให้แม่กูกินเอง ช่วยไม่ได้ กูว่าวันนั้นกูไม่น่ารอดละ ออกมาสิครับ อยู่ทำเพื่อไร คนขายมันคงด่ากูในใจแล้วล่ะ 5555 "   



เรื่องที่ 2 : โดยคุณ A ทีมงานอยู่กับเหย้า เฝ้าอยู่กับ Office ผู้ซึ่งไม่เคยจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันกับเขา

"...เรื่องของเรานะครับคุณเพื่อน คืองี้ เราอ่ะไปซื้อยาสมุนไพรใน Shop ที่ห้างแถวบ้านเรา พอเข้าไปที่ร้าน คนขายก็เข้ามาทักทาย ประกบเราเสมือนว่าเรากะลังซื้อเสื้อผ้าแล้วมีคนขายมาตามติดไรงี้ แต่นี่คนขายคนไทยนะไม่ได้ต่างชาติเหมือนของมึง(คุณ Marketing) เราเป็นคนที่นอนน้อย นอนไม่พอว่างั้น เลยอยากจะหายาสมุนไพรบำรุงร่างกายซักหน่อย เลยถามคนขาย "มีสมุนไพรอะไรบำรุงร่างกายสำหรับคนนอนน้อยมั้ยครับ" คนขายตอบว่า "มีค่ะ นี่เลยค่ะ(เดินไปหยิบขวดยามาให้ อ่านสรรพคุณข้างขวดให้ฟัง)" แล้วเราก็ถามอีกเว่ยว่า "มีของยี่ห้ออื่นอีกมั้ยครับ" คนขายตอบอีกว่า "มีค่ะ นี่เลยค่ะ(เดินไปหยิบยาอีกตัวมาให้ อ่านสรรพคุณข้างขวดให้ฟังอีก)" เอาล่ะ เฮ้ยเราเลยนึกอะไรดีดีได้เว่ย ลองใช้วิธีนี้ซิ คือไม่ได้แกล้งนะ (เพื่อนๆฟังกันอย่างตั้งใจมาก อินี่แม่งจะทำอะไร) เราบอกเขาว่า "เดี๋ยวผมขอเดินดูยาในร้านสักพักนะครับ" นางตอบว่า "เชิญตามสบายค่ะ(แต่นางก็ยังคงเดินตามเราอยู่ห่างๆ)" 

เราลองสุ่มหยิบยาสมุนไพรซักขวดนึงเว่ย แล้วถามคนขายว่า "อันนี้ ผมทานได้มั้ยครับ" นางชำเลืองมองขวดยาที่เราถือแล้วบอกว่า "ทานได้ค่ะ" เราสุ่มหยิบมาอีก 2 ขวด "แล้ว 2 ขวดนี้ล่ะครับพี่ ผมทานได้มั้ย" นางตอบว่า "ไหนคะ (แล้วมองขวดยา) อ๋อ ทานได้ค่ะ" ทีนี้เว่ย! เราเดินไปอีกมุมนึงข้องร้าน แล้วลองหยิบมาอีกซัก 3-4 ขวด ทำหน้าแววตาเป็นประกาย พูดว่า "โห สมุนไพรพวกนี้สรรพคุณดีดีทั้งนั้นเลย ผมทานหมดนี่ได้เลยมั้ยครับ" นางตอบว่า "อ๋อ ทานได้ค่ะ" (พอถึงตอนนี้ เสียงฮากระหึ่มมาก) โถๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อีดอก! ใจคอจะให้กูแดกยาทั้งร้านมึงเลยใช่มั้ย คือยาในร้านมึง กูแดกได้หมดเลยใช่มั้ย (เริ่มพูดมึงกูละ) เอาล่ะ ด้วยความเกร็งใจ เราเลยซื้อแชมพูมาขวดนึงเว่ยเออ  แรดมะ จะไปซื้อสมุนไพรบำรุงร่างกาย ดันได้แชมพูมาซะงั้น"

คุณ Marketing เสริม "...เฮ้ยกูก็เคยซื้อยาในห้างนะ แต่คนขายแม่งบอกกับกูว่าไงรู้ป้ะ "ก็อ่านฉลากข้างขวดเอาเองสิ ถูกใจอันไหนก็ซื้ออันนั้น" โหแม่งงง!! อย่างงี้ก็ได้เหรอ นี่ยาสมุนไพรนะเว่ย!"


เรื่องที่ 3 : คุณ P ทีมงานชีพจรลงเท้า

"...มะ เรื่องของกูนะครับเพื่อนๆ (เหมือนจะพูดเพราะ) อันนี้คือกูไม่ได้ไปซื้อยาที่ไหนนะ แต่ขอเล่านิดนึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง อาจารย์ที่โรงเรียนเก่ากูโทรมาเว่ย โทรมาถามว่า แกน่ะมีอาการผื่นคันขึ้นเต็มตัวเลย แล้วทีนี้ไปหาสถานพยาบาลแห่งนึง แล้วคนที่นั่นให้สมุนไพรเหงือกปลาหมอพริกไทยดำแบบแคปซูลมาให้แกกิน เขาบอกว่ามันช่วยแก้คันได้ พอแกกินเข้าไปแล้วนะ ผลปรากฏว่า คันยิ่งกว่าเดิมอีกคุณพระ แถมผื่นยังแดงเห่อขึ้นหนักว่าเดิมอีก คันมากจนนอนไม่ได้เลย แถมร้อนในปาก ร้อนในคอ ร้อนในท้องอีก เอาเข้าไป อาจารย์แกเลยถามกูว่าหยุดยาดีมั้ย กูเลยบอกอาการจารย์ว่า "หยุดยาเลยครับอาจารย์ หยุดทันทีเลย" เลยอธิบายให้แกฟังต่อว่า "อาการผื่นคันเป็นอาการของธาตุไฟกำเริบครับอาจารย์ ส่วนสมุนไพรที่ว่ามีพริกไทยดำซึ่งเป็นยารสร้อน จะกระตุ้นธาตุไฟในร่างกายให้เพิ่มมากขึ้น ร่างกายไฟกำเริบ กินยาสมุนไพรที่ทำให้ไฟเพิ่มขึ้น จะเหลือหรอครับอาจารย์" อาจารย์พอแกได้ฟัง แกเข้าใจเลยเว่ย กูเลยให้อาจารย์หยุดยา แล้วดื่มน้ำให้มาก พักผ่อนให้พอ คือไงอ่ะ! ถึงแม้ว่ากูจะเรียนเคมีมา แต่เรื่องบางเรื่องที่มันเป็น Common sense ที่มันน่าจะคิดกันได้ แม่งน่าจะคิดกันออกนะเว่ย อาการทางไฟ แต่ให้ยารสร้อน ร่างกายไม่พังก็ดีเท่าไหร่ละ กูเลยบอกอาจารย์อีกว่า ทีหลังอาจารย์ถามคนที่จ่ายยาให้นะครับ ให้มันอธิบายให้ฟัง ว่ามันช่วยแก้คันยังไง กูก็อยากรู้เหมือนกัน รมณ์เสีย! "  

เรื่องบางเรื่องถ้าคนจ่ายยา ไม่มีความรู้ความชำนาญด้านสมุนไพรดีพอ ก็เป็นผลเสียต่อคนไข้ได้นะครับ 
Blogger กล่าวไว้ 


เรื่องที่ 4 : คุณ A แพทย์แผนไทยประยุกต์ ขวัญใจทีมงานและคนไข้

"...โอเคครับ เรื่องสุดท้าย ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไปทำงานนะครับทุกคน (สุภาพมากคุณหมอของผม) ผมน่ะเคยเจอไดเรคเซลล์ที่ขายยาสมุนไพรชื่อดังของแบรนด์หนึ่งและอีกหลายๆยี่ห้อ เขาเอายาสมุนไพร น้ำย่านาง ที่เคยเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่ง มาเสนอขายให้ผม เขาพูดดีมาก คือมีความเป็นมืออาชีพของนักขายที่สูงมาก ท่องบทพูดมาดีเลยก็ว่าได้ แต่เขาไม่รู้หรอกนะว่าผมเป็นใคร ผมแกล้งทำเป็นหน้าโง่ ดูซิว่าเขาจะพูดอะไรบ้าง ผมเลยถามเขาว่าไอน้ำย่านางนี่อ่ะมันทานยังไง เขาบอกว่า ทานได้เรื่อยๆ ดื่มต่างน้ำเลยก็ได้ ยิ่งดื่มยิ่งดี แล้วผมถามอีกว่า ดื่มเยอะๆ มันไม่มีอันตรายเหรอ เซลล์ขายบอกว่า ไม่มีอันตรายอะไร ดื่มได้เรื่อยๆเลยทุกวัน เฮ้ยเดี๋ยวก่อน คือจะบอกว่า มีคนไข้ผมคนนึงดื่มน้ำย่านางจนมือชา เท้าชา เพราะย่านางเป็นสมุนไพรรสเย็น แก้ไข้ได้ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อร่างกายเป็นไข้หรือมีความร้อนเกิดขึ้น ถ้าในภาวะร่างกายปกติ ทานน้ำย่านางในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายมันเย็นลงนี่นา อาจารย์ผมเคยบอกว่า การรักษาร่างกายที่ร้อนให้เย็นลงไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรักษาร่างกายที่มันเย็นให้มันมีความร้อนกลับมานั้น โครตจะยากมาก ผมคิดนะว่า ถ้าคนไข้ผมหรือคนอื่นๆที่เขารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เจอไดเรคเซลล์พวกนี้นี่ก็ เสร็จพวกมันเลยนะเนี่ย เพราะคนกลุ่มนี้พูดเก่ง ชักจูงคนได้เก่งมาก ผมถึงได้บอกคนไข้ทุกครั้งว่า จะทานยาสมุนไพรหรือจะซื้อยาสมุนไพรตัวไหนมาทาน โทรถามผมก่อนได้นะ ผมไม่คิดตังค์หรอกครับ"

"...เดี๋ยวผมขออีกเรื่องนึงครับ ขอเม้าคนหน่อย ดูความปล่อยโง่ของมันออกมา เมื่อหลายปีก่อน คือที่ทำงานเก่าผม จะมีการเอาคนไข้ที่มีอาการหรือโรคที่น่าสนใจ มานั่งคุย นั่งประชุมกันในกลุ่มแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ครับ แล้วมาวางแผนการรักษาด้วยยาสมุนไพรว่าจะให้ยาตัวไหนดี หมอท่านหนึ่งได้นำเสนออาการของคนไข้ของเขา ผมเลยแนะนำว่า ให้ทานสมุนไพรต้มตำรับที่มีส่วนประกอบของหญ้าหนวดแมว เพื่อระบายความร้อนออกทางปัสสาวะ หมอท่านนี้ตอบกลับมาว่า "คือคนไข้ท่านนี้มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจอยู่น่ะค่ะ การให้สมุนไพรตำรับที่มีส่วนผสมของหญ้าหนวดแมว มันจะไม่เป็นผลดีต่อคนไข้นะคะ" แล้วหมอทั้งห้องประชุม ก็มองผมด้วยสายตาที่แลดูน่ารังเกียจ เรื่องจริงเป็นงี้ ผมคิดในใจ โถๆๆๆๆอีเหี้ย! (หมอด่าแล้วครับท่าน) คือตอนแรกที่มึงรายงานอาการคนไข้ ทำไมมึงไม่บอกตั้งแต่แรก ว่าคนไข้เป็นโรคหัวใจอยู่ เหมือนแม่งซ้อนแผนแกล้งกูป่าววะ ให้กูถูกคนอื่นมองว่า กูนี่โง่ชิบหายเลย 

แต่เดี๋ยวก่อน เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้ พอดีตอนนั้นที่ทำงาน นำเข้ายาแคปซูลสมุนไพรตำรับหนึ่งที่ผลิตโดยองค์การเภสัช สูตรยาสมุนไพรได้รับการขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เป็นยาตัวใหม่ที่เอาเข้ามาใช้ในสถานพยาบาล ผมก็ศึกษาส่วนผสมของสมุนไพรในตำรับยานี้เป็นอย่างดี องค์การเภสัชให้รายละเอียดของการทดลองตำรับยานี้ไว้ดีมากครับ

มีอยู่วันหนึ่ง หมอที่มันทำให้ผมหน้าแหกในวันนั้น มันไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด คนไข้ของเธอที่เธอเอามารายงานเป็นกรณีศึกษาในที่ประชุมวันนั้นก็ได้มาตรวจกับผม ผมถามคนไข้ว่า "คุณลุงทานยาแล้ว(ยาที่นางจ่ายให้เมื่อครั้งก่อน) เป็นอย่างไรบ้างครับ" ลุงแกตอบว่า หลังทานยามีอาการใจสั่น เหนื่อย แน่นหน้าอก เหมือนจะหายใจไม่ออก เหงื่อออก อาการไม่สู้ดีนัก เลยหยุดยาทันที ผมชมแกเลยครับว่าแกทำถูกแล้ว หากมีอาการอะไรให้ยุดยาทันที แล้วทีนี้ผมลองย้อนกลับไปดูประวัติการให้ยาโดยหมอคนนั้น ปรากฏว่า นางให้สมุนไพรที่ทางสถานพยาบาลนำเข้ามาใหม่ แต่เดี๋ยวก่อน ผมไม่ได้จะบอกว่าสมุนไพรตัวนี้มันไม่ดีนะ คือหมอคนนั้นมันรู้มั้ย ว่าส่วนประกอบของสมุนไพรในยาตำรับนี้ มี "หญ้าหนวดแมว" ผสมอยู่ แล้วคนไข้ของมึงคนนี้ เป็นโรคหัวใจอยู่ไม่ใช่เหรอ สัด! ผมนี่เอามือกุมขมับเลยครับ น้ำตาแทบจะไหล โคตรจะสงสารคนไข้เลย นี่ลุงแกไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว จากนั้นผมก็พิจารณายาตัวอื่นแทนให้คุณลุงเอากลับไปทาน 

พวกคุณจำเอาไว้เลยนะ (หันมาบอกกับทีมงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมากครับ คุณหมอที่สุดแสนจะใจดีของผม น่ากลัวขึ้นมาทันที) สมุนไพรตำรับตัวไหน ถ้าไม่ศึกษาเบื้องลึกหรือรายละเอียดให้เพียงพอ อย่าได้เสือกจ่ายให้คนไข้ อย่าดีแต่ว่าสมุนไพรนี้อ่านสรรพคุณข้างขวดว่าแก้อาการนู่น นี่ นั่นได้ โดยที่พวกมึงยังไม่รู้ว่ายามีส่วนประกอบอะไร เป็นอันตรายต่อโรคแทรกซ้อนของคนไข้หรือเปล่า แล้วจ่ายให้คนไข้แบบไม่ลืมหูลืมตา ขอร้องอย่าทำ! โอเครนะ ไป แยกย้ายกันกลับไปทำงาน"


ครับ พวกเราเข้าใจแล้วครับ ความจริงคุณหมอเป็นคนใจดีมากๆครับ ใจดีกับทั้งคนไข้และทีมงานทุกคน แต่ถ้ามีเรื่องอะไรที่มันทำให้คนไข้ต้องได้รับผลเสียหาย แกจะเดือดเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาทันทีเลยครับ 

ใครอยากคุยกับหมอผมคุยกันได้นะครับที่


หรือไลน์คุยกันที่ 

ID Line : amohnpotch

ติดตามสาระความรู้อื่นๆ ที่ 


ขอบคุณที่ติดตามเสมอมาครับ ขอบคุณครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น